ssssในยุคที่กว่า 1.8 พันล้านชีวิตทั่วโลกได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “จักรวาลดิจิทัล” ชีวิต ยุคใหม่เริ่มต้นขึ้นโดยมีเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์มือถือต่างๆ ที่เชื่อมโยงเข้าสู่ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นปราการด่านแรกของการดำเนินชีวิตในทุกวัน... คนจำนวนไม่น้อยได้ “สร้าง” และ “ใช้” ข้อมูลดิจิทัล (Digital Content) จำนวน มหาศาลผ่านเทคโนโลยีหลากหลาย จนทำให้การขยายตัวของข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จากสำรวจของ International Data Corporation (IDC) ในปี 2551 ระบุว่า ปริมาณข้อมูลดิจิทัลทั่วโลกในปี 2550 มีมากถึง 281,000 กิกะไบต์หรือประมาณ 45 กิกะไบต์ต่อประชากรโลกหนึ่งคน ซึ่งปริมาณข้อมูลดังกล่าวมีขนาดใหญ่ กว่าที่ IDC เคยประเมินไว้ก่อนหน้าถึง 10 เปอร์เซ็นต์ และด้วยการเติบโตของ ข้อมูลอย่างไม่หยุดยั้ง IDC เชื่อว่า ปริมาณข้อมูลดิจิทัลทั่วโลกจะเพิ่มสูงขึ้น อย่างต่อเนื่องเฉลี่ยถึง ปีล ะ 60 เปอร์เซ็นต์ โดยคาดว่าข้อมูลดิจิทัลในปี 2554 จะมีมากถึง 1.8 เซตตาไบต์ หรือ เท่ากับ 1 , 800 เ อ็กซาไบต์ และการเติบ โตของปริมาณข้อมูล จะเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า ในช่วงเวลา 5ปี ดังรูปที่1

intro01

ที่มา : International Data Corporation (IDC)
รูปที่ 1 ปริมาณการเติบโตของข้อมูลดิจิทัลทั่วโลกจากปี 2549-2554
(ข้อมูลโดยประมาณการปี 2554)

สำหรับประเทศไทย ปริมาณข้อมูลดิจิทัลไม่ว่าจะเป็นในรูปของเอกสาร (Document) ภาพนิ่ง (Image) หรือ วีดิโีอดิจิทัล (Video) ต่า่งมีแีนวโน้มการเติบโตสูงขึ้น โดยคาดว่า่ จะมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และจากการประมาณการเติบโต ของข้อมูลดิจิทัลในเมืองไทยจากเว็บไซต์ www.sansarn.com พบว่า ข้อมูล ในรูปแบบเอกสารจะมีปริมาณมากถึง 3,170 กิกะไบต์ในปี 2553 และจะเพิ่มเป็น 5,560 กิกะไบต์ในปี 2554 ดังรูปที่ 2 ขณะที่ปริมาณข้อมูลภาพนิ่งและคลิปวิดีโอ จะสูงถึง 109.4 เพตาไบต์ และ 66.62 เพตาไบต์ในปี 2553 โดยจะขยายตัวเพิ่มเป็น 140.4 เพตาไบต์ และ 83.75 เพตาไบต์ ในปี 2554 ตามลำดับ ดังรูปที่ 3

 

 

intro02

รูปที่ 2 กราฟแสดงปริมาณข้อมูลเอกสารดิจิทัล
ตั้งแต่ปี 2549-2554
(ข้อมูลโดยประมาณการปี 2553-2554)

 

intro03

รูปที่ 3 กราฟแสดงปริมาณข้อมูลภาพนิ่งและภาพวิดีโอดิจิทัล
ตั้งแต่ปี 2549-2554
(ข้อมูลโดยประมาณการปี 2553-2554)

เป็นที่เชื่อกันว่าในโลกยุคใหม่ ข้อมูลดิจิทัลถือเป็นทรัพย์สิน (Asset) ที่มีความสำคัญ ต่อการสร้างความดำรงอยู่ของเชื้อชาติและวัฒนธรรมบนจักรวาลดิจิทัล แต่ปัจจุบัน ข้อมูลดิจิทัลที่มีมากมายบนเครือข่ายกลับยังไม่มีการจัดเก็บให้เป็นระบบ ทำให้ยากต่อการสืบค้นและนำมาใช้ ขณะที่ข้อมูลอีกจำนวนไม่น้อยที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ชาติพันธ์ุ ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนความรู้แูละภูมิปัญญาชาวบ้านยังกระจัดกระจาย อยูู่่ตามส่วนต่า่งๆ และยังไม่มีการจัดเก็บในรูปของข้อมูลดิจิทัล ซึ่งอาจทำให้เ้ลือนหาย หรือบิดเบือนไปหากไม่มีการสร้างกระบวนการถ่ายทอดและจัดเก็บที่ดี

ฉะนั้นการทำให้เอกลักษณ์ของชุมชนคงอยู่ในโลกยุคใหม่ เพื่อสร้าง “Digital Entity” จึงจำเป็นต้องมีกระบวนการรวบรวม บันทึก และเชื่อมโยงเพื่อนำข้อมูลต่างๆ มาใช้ ให้เกิดประโยชน์ โดยต้องพัฒนาให้ข้อมูลเหล่านั้นอยู่บนโครงสร้างข้อมูลที่เป็นระบบ (Structured Data) มีมาตรฐาน (Standard) และมีความน่าเชื่อถือ (Reliability) เพื่อนำมาบูรณาการและสกัดเป็นองค์ความรู้สำหรับการประยุกต์ใช้งานต่อไป ทั้งนี้ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่สามารถรองรับการพัฒนา ข้อมูลดิจิทัลให้เป็นทรัพย์สินที่มีคุณค่า ซึ่งนับเป็นความท้าทายของการพัฒนา
ประเทศในโลกยุคใหม่

โครงสร้างทางเทคโนโลยีและการสร้างข้อมูลดิจิทัลให้เป็นเนื้อหาสาระที่มีคุณภาพ และง่ายต่อการสืบค้น จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างให้เกิด “โอกาสทางดิจิทัล” (Digital Opportunity) ที่ไม่เพียงจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และขยายโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาและการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ หากยังลดความเลื่อมล้ำและนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจที่ทำให้เกิดการสร้างสรรค์ประดิษฐ์์ คิดค้น สินค้า้ และบริการรูป แบบใหม่ ที่สามารถสร้า้งมูลค่า่เพิ่ม และความแข็งแกร่งให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ

หากเปรียบโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี คือทรัพยากรด้านวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีสำหรับโลกยุคใหม่ และสาระดิจิทัล คือทรัพย์สินที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การผสานและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านี้เพื่อสร้างระบบ “คลังข้อมูลดิจิทัลแห่งชาติ” จึงเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดการสื่อสารและการสัญจร ไปมาเพื่อสร้างความดำรงอยู่ของสังคมไทยบนจักรวาลดิจิทัล และที่สำคัญเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวไทยเข้าถึงข้อมูลและแหล่งความรู้อันทรงคุณค่าได้อย่างเท่าเทียมกัน เพื่อนำพาประเทศไปสู่เป้าหมายของการเป็น “สังคมอุดมปัญญา” อย่างสมบูรณ์แบบ