จุดเริ่มต้นการสร้างคุณค่าข้อมูลไทย

ในแต่ละวัน ปริมาณข้อมูลดิจิทัลที่สร้างขึ้นและหมุนเวียนอยู่บนพื้นที่ไซเบอร์ (Cyberspace) มีจำนวนมากมายมหาศาล แต่ทว่าระบบการจัดเก็บเพื่อสืบค้นและ นำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์กลับยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ทำให้ข้อมูลอ้างอิงสำคัญต่างๆ ที่สร้างขึ้นบนโลกออนไลน์อาจเลือนหายไปพร้อมกาลเวลาและยากที่จะค้นคืนกลับมาได้

ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของข้อมูลดิจิทัล ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และ คอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงได้ริเริ่มแนวคิดในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทางเทคโนโลยีสำหรับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อสร้างระบบ คลังข้อมูลดิจิทัลแห่งชาติ ภายใต้โครงการ Digitized Thailand

โครงการ Digitized Thailand เป็นหนึ่งในสามโครงการเป้าหมายหลักของเนคเทค ที่ต้องการรวบรวมข้อมูลต่างๆ ทั้งที่เป็นข้อมูลในรูปแบบเอกสารและข้อมูล ที่สร้างขึ้นใหม่ในรูปดิจิทัล มาแปลงและจัดเก็บอย่างเป็นระบบเพื่อสร้างแพลตฟอร์ม (Platform) มาตรฐานที่ประชาชนชาวไทยสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จาก การประมวลผลข้อมูลเพื่อนำไปสร้างองค์ความรู้สำหรับการพัฒนาต่อไป

ภายใต้โครงการนี้ เนคเทคมุ่งเน้นการบูรณาการเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาภายในหน่วยงานมากว่า 20 ปี เพื่อนำมาประยุกต์สร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลดิจิทัล (Digital Information Infrastructure) โดยมุ่งหวังให้เกิดระบบคลังข้อมูลมาตรฐานที่ไม่เพียงสามารถสืบค้นข้อมูลอันหลากหลาย หากยังเป็นแหล่งองค์ความรู้ขนาดใหญ่ที่ถือเป็นทรัพย์สินอันมีค่าของประเทศ

โครงการดังกล่าว จึงเป็นเสมือนเรือธง (Flagship) สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศในการสร้างความดำรงอยู่บนจักรวาลดิจิทัล โดยเนคเทคได้เริ่มดำเนินการโครงการ Digitized Thailand มาตั้งแต่ปี 2552 และได้ตั้งเป้าที่จะพัฒนาให้เป็น ระบบคลังข้อมูลดิจิทัลแห่งชาติที่สมบูรณ์

ภายใต้กรอบระยะเวลาการดำเนินงาน โครงการ Digitized Thailand ได้แบ่ง การดำเนินงานออกเป็น 4 ระยะ ทั้งนี้ ในการดำเนินงานระยะแรก โครงการเน้นการเก็บรวบรวมข้อมูลและเครื่องมือทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง (Accumulating)รวมทั้งจัดเก็บและแปลงข้อมูลที่มีให้อยู่ในรูปดิจิทัลพร้อมกับการสร้างเนื้อหาใหม่ ที่พร้อมใช้งานได้ และเมื่อระบบข้อมูลและเครื่องมือมีมากเพียงพอ กระบวนการต่อไปจะเป็นการสร้างองค์ความรู้ (Knowledging) ให้เกิดขึ้นจากข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้ เป็นการเชื่อมโยงและกำกับข้อมูลให้เป็นโครงสร้างที่สามารถเข้าใจได้ซึ่งจะเป็น
การดำเนินงานในระยะที่ 2

การดำเนินงานระยะที่ 3 โครงการ Digitized Thailand วางเป้าหมายในการพัฒนา และสร้างความสามารถในการใช้องค์ความรู้ที่ได้ เพื่อทำความเข้าใจในปรากฏการณ์ หรือเหตุการณ์ใหม่ (Understanding) ซึ่งการพัฒนาในขั้นตอนนี้ จะเป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาโครงสร้างระบบคลังข้อมูลดิจิทัลในระยะสุดท้ายเพื่อให้ได้ระบบ ที่สามารถนำไปสู่การวิเคราะห์ แก้ไขปัญหาและตัดสินใจได้ในที่สุด (Problem solving) ดังรูปที่ 1

 

 

04

รูปที่ 1 ขั้นตอนการดำเนินงานของโครงการ Digitized Thailand

 

สำหรับการดำเนินงานระยะแรก เนคเทคเริ่มดำเนินการรวบรวมข้อมูลสำคัญ ของประเทศ ที่ปัจจุบันจัดเก็บกระจัดกระจายในรูปแบบเอกสารกระดาษ โดยนำมาแปลง และจัดเก็บใหม่ในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถสืบค้นได้ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ขณะเดียวกันได้ส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยีไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลดิจิทัลไปใช้งานได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

นอกจากนี้ โครงการ Digitized Thailand ยังให้ความสำคัญในการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรต่า่งๆ ที่เป็นเจ้าของข้อมูลและมีศักยภาพในการดูแูลตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เพื่อร่วมกำหนดแนวทางในการพัฒนาระบบข้อมูลดิจิทัล ที่จะนำไปสู่การสร้างระบบคลังข้อมูลแห่งชาติร่วมกัน

ปัจจุบันหลากหลายหน่วยงานภายในประเทศ ได้เล็งเห็นความสำคัญของ การรวบรวมข้อมูล อันทรงคุณค่า่ไว้ใ้นรูปแบบดิจิทัล และที่ผ่านมาหน่วยงานจำนวนมิน้อย ได้เริ่มโครงการจัดเก็บและแปลงจากข้อมูลเบื้องต้น มาอยู่บนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ไปบ้างแล้ว อาทิ โครงการหอจดหมายเหตุแห่งชาติ (National Archives of Thailand) โดยกระทรวงวัฒนธรรม โครงการคลังข้อมูลภาษาของชนกลุ่มน้อย (Archives of Thailand Minority Languages) โดยมหาวิทยาลัยมหิดล โครงการคลังข้อมูลภาษาไทยแห่งชาติ โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โครงการสารานุกรม
ไทยสำหรับเยาวชน โครงการฐานข้อมูลสมุนไพรไทย โดยมหาวิทยาลัยศิลปากร และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และโครงการสร้างข้อมูลดิจิทัลสำหรับหนังสือ หายากของหอสมุดแห่งชาติ ซึ่งโครงการต่างๆ เหล่านี้ นับว่าเป็นพื้นฐานสำคัญ สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของประเทศ

ขณะเดียวกันเนคเทค ในฐานะผู้ดูแลโครงการ ได้ดำเนินโครงการนำร่องสำหรับ การจัดเก็บข้อมูลดิจิทัล โดยเริ่มจากการเก็บข้อมูลและองค์ความรู้ด้านสมุนไพรไทย จากแหล่งข้อมูลต่างๆ ภายใต้โครงการ Knowledge Unifying Initiator for Herbal Information หรือ KuiHerb การเก็บข้อมูลทางด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญา

ท้องถิ่นของล้านนา อาทิ ศิลปะผ้า้ทอโบราณ การฟ้อนรำพื้นเมือง การสร้า้งเมือง และการเก็บร่องรอยทางประวัติศาสตร์บนสื่ออิเิล็กทรอนิกสใ์ นโครงการ Digitized Lanna รวมทั้งการเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาพื้นบ้านภายใต้โครงการ Digitized Isan อาทิ ศิลปะมวยไทย ข้อมูลโบราณสถานซึ่งจะมีการนำเสนอเรื่องราวผ่านเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) ที่ช่วยสร้างโบราณสถานให้เป็นวัตถุเสมือน โดยสามารถ แสดงผลให้ผู้ชมสัมผัสได้เสมือนจริงในลักษณะสามมิติ และการกำกับข้อมูลวิดีโอ ภูมิปัญญาเพื่อการสืบค้น เป็นต้น ทั้งนี้ เนคเทคมีแผนขยายผลการพัฒนาโครงการนำร่องดังกล่าวไปยังภูมิภาคอื่นๆ ต่อไป

 

 

05

รูปที่ 2 โครงการ Knowledge Unifying Initiator for Herbal Information (KUIHerb)
ที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านสมุนไพร

 

06

รูปที่ 2 โครงการ Knowledge Unifying Initiator for Herbal Information (KUIHerb)
ที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านสมุนไพร

 

07

ที่มา : อาจารย์ชุมศักดิì สีบุญเรือง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
รูปที่ 4 ภาพจำลองระบบพิพิธภัณ±์อีสานเสมือนจริง ในโครงการ Digitized Isan

 

08

ที่มา : อาจารย์ชุมศักดิì สีบุญเรือง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
รูปที่ 5 ภาพจำลองระบบสืบค้นข้อมูลอีสานแบบอัตโนมัติ ในโครงการ Digitized Isan

 

สำหรับการดำเนินงานในช่วงแรก โครงการ Digitized Thailand คาดว่าจะสามารถเห็นผลของการบูรณาการเพื่อให้ได้ข้อมูลจำนวนมหาศาล รวมถึงสามารถรวบรวม เครื่องมือและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาใช้สร้าง จัดเก็บ และสืบค้นข้อมูลสำคัญและทรงคุณค่าของประเทศ โดยจะมีระบบที่สามารถสกัดองค์ความรู้ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้งานต่อไป